ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา ยังไม่เชื่อ ผอ.โรงเรียนจะลักทรัพย์มือถือนักเรียน

วันที่ 19 ก.ย. 65 ผู้ปกครองของ ด.ช.เอ (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนหนองสองห้องพิทยาคม อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ หลังจากเมื่อวันพุธที่ 14 ก.ย.65 ที่ผ่านมา โทรศัพท์มือถือ ที่แม่ซื้อให้ลูกชายเพื่อใช้เรียนออนไลน์ ได้หายไปขณะเอาไปชาร์จไว้ที่ข้างกระดานดำเรียนหนังสือภายในห้อง แล้วโทรศัพท์ได้หายไประหว่างลงไปเรียนวิชาลูกเสือ จนกระทั่งนำไปสู่การค้นหา

จนกระทั่งมีการแจ้งความไว้ที่ สภ.หนองสองห้อง อ.เมือง สุดท้าย ผอ.โรงเรียนเป็นคนเอาโทรศัพท์มาส่งคืนให้ตำรวจ หลังจากถูกจับพิกัดว่าโทรศัพท์อยู่กับ ผอ.รวมทั้งหมดเป็นเวลา 3 วันกว่าจะได้คืน แต่เรื่องราวยังไม่จบ

หลังจากตำรวจรับเป็นคดีแล้วแจ้งข้อกล่าวหา ผอ.ฐานลักทรัพย์ ซึ่งเป็นความอาญาแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความกันได้ ส่วนนักเรียนที่เสียหายและเพื่อนนักเรียนร่วมห้อง ต่างไม่สบายใจหากปล่อยให้สถานการณ์เงียบระหว่างรอผลทางคดี เพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกกลั่นแกล้งจาก ผอ.

ล่าสุดเพื่อนร่วมห้องของ ด.ช.เอ จำนวน 10 คน จาก 12 คนในห้องเรียน เดินทางไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ พร้อมถือป้ายข้อความต่างๆ ที่กล่าวตำหนิ ผอ.โรงเรียน หลายข้อความ โดยนักเรียนชั้น ม.2 ที่เดินทางมาที่สำนักงานเขตฯ บอกว่าที่ผ่านมาโรงเรียนตึงเกินไป บางครั้งไม่มีเวลาจะกินข้าว ห้ามทุกอย่าง เช่นห้ามเอาโทรศัพท์มาโรงเรียน ซึ่งเป็นการสร้างความลำบากให้กับนักเรียน ในการสืบค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่ห้องของนักเรียนที่โทรศัพท์หายไป พบมีนักเรียนในห้องเหลือเพียง 2 คน ที่เหลือไปสำนักงานเขตการศึกษาฯหนึ่งในเพื่อน ด.ช.เอ บอกว่า ปกติถ้าใครเอาโทรศัพท์มาชาร์จไว้ จะไม่มีใครเข้ามายุ่ง ช่วงนั้นเป็นวิชาลูกเสือ ลงจากห้องเรียนไปที่สนาม เพื่อนได้ชาร์จโทรศัพท์ไว้ พร้อมเอาสมุดมาครอบโทรศัพท์เอาไว้ เมื่อกลับมาพบว่าไม่เห็นแล้ว

หนึ่งในครูของโรงเรียนหนองสองห้องพิทยาคม บอกว่าตนเห็นข่าวทางทีวี รู้สึกตกใจ เพราะเรื่องราวไปไกลกว่าที่คิด ยอมรับว่าที่ผ่านมามีกรณีในลักษณะนี้หลายครั้ง คือการยึดของนักเรียนแล้วไม่ส่งคืน แต่ตนไม่มีอำนาจใดๆ ไปว่ากล่าว ผอ.ได้ ได้แค่รับรู้เท่านั้น

ด้านนายกฤษ ละมูลมอญ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ กล่าวว่าจริงแล้วตามหน้าที่ของ ผอ.จะต้องเข้าไปตรวจสอบทุกจุดของโรงเรียน เรื่องราวที่เกิดขึ้น ส่วนตัวยังไม่เชื่อว่า ผอ.จะมีเจตนาลักทรัพย์ตามที่ถูกกล่าวหา เพราะสัญชาติญาณของครู คงไม่มีแบบนั้น ทั้งนี้จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้โดยด่วน ส่วนเรื่องทางคดี จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่ยังไม่มีการโยกย้ายใดๆ เพราะอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง