สาว เปย์ ลี มินโฮ นึกว่าตัวจริง ยอมโอนเงินแสนทั้งที่มีสามีแล้ว

จากรณีเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. 65 เจ้าของร้านอาหารชื่อดัง อายุ 53 ปีใน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้เวลาประมาณ 14.00 น. ภรรยาของตนอายุ 28 ปี ได้ก่อเหตุพยายามจะคิดสั้นด้วยการแอบหนีเดินลงไปในบ่อน้ำภายหลังร้าน ที่มีระดับความลึกประมาณ 10 เมตร แต่พนักงานในร้านเห็น จึงได้รีบช่วยกันนำร่างขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย สอบถามปมสาเหตุพบว่าเสียใจหนัก หลังถูกชายแอบอ้างเป็นดาราเกาหลีดัง หลอกโอนเงินกว่าแสนบาท

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 65 นางสาวพรพิมล (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผู้เสียหาย บอกว่าตนเป็นแฟนคลับ ลี มิน โฮ นักแสดงและศิลปินเกาหลีใต้ชื่อดัง สมัยที่ตนอยุ 14 ปี โดยชื่นชอบการแสดงซีรีส์ รักใสใสหัวใจ 4 ดวง หรือ F4 ซึ่งลี มิน โฮ เป็นพระเอก

ซึ่งช่วงประมาณ ต้นเดือน มิ.ย.65 ตนได้โหลดแอปฯหาคู่ มีการพูดคุยกับผู้ใช้งานคนหนึ่ง ตั้งรูปโพรไฟล์เป็นรูป ลี มิน โฮ นักแสดงและศิลปินเกาหลีใต้ชื่อดัง แนะนำตัวเองว่าชื่อลี มิน โฮ เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเหมือนมีการนำข้อความไปแปลในกูเกิลแปลภาษา ซึ่งเนื้อหาที่มีการพูดคุยกัน ระบุว่าเจ้าตัวชอบตน และอยากแต่งงานกับตน โดยไม่เกี่ยงว่าตนจะมีลูกหรือมีสามีแล้ว ซึ่งมีการถ่ายรูปกระเป๋าแบรนด์เนม และรองเท้าส้นสูง ออกอุบายว่าจะส่งของมาที่ประเทศไทย

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ตอนนั้นตนเข้าใจว่าค่าขนส่งประมาณหลักร้อยบาท แต่ยอดให้โอนเงินคือประมาณ 30,000 บาท ซึ่งในวันที่ 24 มิ.ย. 65 ครั้งที่ 1 โอนเงินจากบัญชีไป 20,000 บาท และครั้งที่ 2 ช่วงเย็นในวันเดียวกัน ใช้เงินสดไปโอนเงินเพิ่มอีก 10,000 บาท ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส

ต่อมาวันที่ 28 มิ.ย.65 ผู้ก่อเหตุที่อ้างตัวเป็นลี มิน โฮ มีก็มีการออกอุบายว่ากำลังเดินทางมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทยแล้ว ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องตรวจ CV19 และจะมีการตรวจค้นกระเป๋า ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ค้นกระเป๋า เพราะในกระเป๋ามีเงินสดสกุลวอน ค่าเงินเกาหลี ถ้าแปลงเป็นเงินไทยแล้ว มีมูลค่ามากกว่า 44 ล้านบาท จึงให้ตนโอนเงินเพิ่มอีก 40,000 บาท เป็นค่าตรวจ CV19 จำนวน 25,000 บาท และให้เจ้าหน้าที่อีกจำนวน 15,000 บาท เพื่อไม่ให้ถูกค้นกระเป๋า

ซึ่งตนก็ได้โอนเงินครั้งที่ 3 เป็น จำนวนเงิน 25,000 บาท โดยบัญชีแบงกิ้งออนไลน์ และในวันเดียวกัน มีการโอนเงินครั้งที่ 4 ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส อีก 15,000 บาท โดยไม่ได้เอะใจว่าบัญชีปลายทางเป็นชื่อของใคร ตอนนั้นยอมรับว่าตนต้องการที่จะช่วยเหลือ ลี มิน โฮ ซึ่งกำลังต้องการความช่วยเหลือจากตนเท่านั้น

ตนมาเอะใจจริง ๆ ก็ตอนที่จะโอนเงินครั้งสุดท้ายว่าเงินที่ช่วยไปทำไมใช้หมดเร็ว แต่ก็ที่ต้องยอมโอน เพราะชื่นชอบและคลั่งไคล้มาก ยอมรับว่าตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่คิดว่าผู้ก่อเหตุจะแอบอ้างว่าเป็นลี มิน โฮ มาหลอกตน ซ้ำยังต้องมามีปัญหากับสามี และถูกพ่อตำหนิ และไล่ให้ไปตา_ ตนจึงรู้สึกน้อยใจคิดสั้น สภาพจิตใจในตอนนี้ก็ยังคงเสียใจ และภายหลังจากการที่ปรับความเข้าใจกับทางสามีและคุณพ่อ ทุกคนก็ให้กำลังใจ อยากเตือนประชาชนที่ใช้แอปฯหาคู่ให้ระมัดระวังให้ดี ให้ดูกรณีของตนเป็นตัวอย่าง ส่วนความคืบหน้าทางคดีหลังจากที่แจ้งเจ้าที่ตำรวจแล้ว ทางตำรวจยืนยันว่าอาจจะมีการค้นหาเจ้าของบัญชี และจะเรียกมาสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านนายสีน้ำ สามีผู้เสียหาย ยอมรับว่าน้อยใจภรรยาที่มีการโหลดแอปฯหาคู่ แล้วยังเอาเงินในบัญชีโอนให้ผู้ชายคนอื่น ตนพบพิรุธจากการที่ตนเอาเงินสดเข้าบัญชี แต่จะกดเงินมาใช้ และพบว่าเงินหายออกจากบัญชี โดยสอบถามภรรยาว่าโอนเงินไปให้ใคร ทีแรกอ้างเอาไปซื้อโน้ตบุ๊ก ไม่ปริปากพูดความจริง กระทั่งเค้นถามความจริง จึงยอมรับสารภาพกับตนว่ามีการโอนเงินไปให้ผู้ชายคนอื่น

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ซึ่งพอมีการตรวจสอบแชตในมือถือของภรรยา มีการพูดคุยกับชายผู้อ้างว่าชื่อ ลี มิน โฮ ซี่งส่วนตัวไม่ได้รู้จักศิลปินท่านนี้ พอภรรยายอมรับว่าเคยชื่นชอบจึงโอนเงินให้ ซึ่งตนก็เข้าใจว่าภรรยาอ่อนต่อโลก และมีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตน้อย จึงไม่เท่าทันโลก ตนจึงตัดสินใจรวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความกับทางเจ้าที่ตำรวจ สภ.พรหมบุรี ขนาดนั้นได้รับแจ้งจากพ่อตาว่าภรรยาของคนโดดลงบ่อน้ำหลังร้าน ที่มีความลึกมากกว่า 10 เมตร ตนก็รู้สึกตกใจช็อก เพราะไม่คิดว่าภรรยาจะทำแบบนี้ และเพิ่งมีลูกชายวัย 4 เดือนด้วยกัน ก็อยากใช้ชีวิตด้วยกันไปนาน ๆ จึงรีบกลับมาพูดคุยกันใหม่ ให้อภัยกัน ให้กำลังใจกัน โดยสัญญากันว่าหลังจากนี้มีอะไรให้บอกตนให้หมดจะไม่มีความลับกันอีก

ซึ่งในส่วนสภาพจิตใจภรรยาก็ค่อนข้างเสียขวัญ ก็มีการพาไปอาบน้ำมนต์ และท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดความสบายใจ ในส่วนเรื่องคดีความ ทางเจ้าที่ตำรวจก็รับปากว่าจะรับเรื่องและสืบสาวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ ตนก็หวังว่าจะได้เงินบางส่วนกลับคืนมาบ้าง เพราะเศรษฐกิจแบบนี้การหาเงินก็เป็นเรื่องที่ยาก ทั้งนี้ ตนอยากให้ประชาชนดูกรณีภรรยาของตนไว้เป็นอุทาหรณ์ เพราะการถูกหลอกอาจจะทำให้คนฆ่าตัวตายได้

นายเล็ก อายุ 72 ปี พ่อของผู้เสียหาย บอกว่า เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.65 ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. นางสาวพรพิมล (สงวนนามสกุล) ลูกสาวของตน มีปากเสียงกันกับตน เรื่องเงินที่มีการโอนออกไปหลายบาท อ้างว่าเอาไปซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แต่ทางด้านของลูกเขยพบว่าในโทรศัพท์มีการพูดคุยกับชายปริศนาแอบอ้างเป็นศิลปินเกาหลี หลอกเอาเงินมากกว่า 100,000 บาท จึงทำให้ผิดใจกัน เพราะในตอนแรกเจ้าตัวไม่ยอมรับ และไม่กล้าพูดความจริง

ตอนนั้นยอมรับว่ามีอารมณ์ร้อน จึงมีการถามลูกว่า “ตอนนี้ มีลูกชายวัย 4 เดือน มีสามี มีธุรกิจครบทุกอย่าง ยังไม่มีความสุขหรือ ถ้ามันไม่มีความสุขมากก็ไปกระโดดน้ำตายซะ” ซึ่งก็ไม่คิดว่าในเวลาถัดมาลูกสาวของตนตัดสินใจคิดสั้นเดินลงบ่อน้ำฆ่าตัวตายจริง จนต้องไปช่วยลากตัวขึ้นออกมาจากบ่อน้ำ ซึ่งตนรู้สึกผิดเหมือนกัน ที่พูดแบบนั้นออกไป ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพ ที่แฝงตัวอยู่ตามแอปฯ หลังเข้าแจ้งความกับทางเจ้าที่ตำรวจ ก็หวังว่าจะสามารถจับตัวคนก่อเหตุได้ อยากให้กรณีของลูกสาวตนเป็นกรณีศึกษา และเป็นอุทาหรณ์สอนใจ ห้ใช้โซเชียลอย่างระมัดระวัง และรู้เท่าทันกลุ่มมิจฉาชีพ

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

Leave a Reply

Your email address will not be published.